ปัญหาที่พบเกือบทุกโรงพยาบาลคือ ยอดครุภัณฑ์ในทะเบียนของงานพัสดุ กับยอดสินทรัพย์ในงบการเงินของงานบัญชี ไม่ตรงกัน สาเหตุมักไม่ใช่การคำนวณผิด แต่เป็นเพราะสองฝ่ายบันทึกคนละเวลาและคนละเกณฑ์
วิธีคิดแบบเส้นตรง
วิธีที่ใช้กันทั่วไปในหน่วยงานภาครัฐคือวิธีเส้นตรง ค่าเสื่อมราคาต่อปีเท่ากับราคาทุนหักมูลค่าคงเหลือ หารด้วยอายุการใช้งาน โดยเริ่มคิดตั้งแต่วันที่พร้อมใช้งาน ไม่ใช่วันที่จัดซื้อ
| ปีที่ | ค่าเสื่อมราคาในปี (บาท) | ค่าเสื่อมสะสม (บาท) | มูลค่าตามบัญชี (บาท) |
|---|---|---|---|
| 1 | 47,999.80 | 47,999.80 | 192,000.20 |
| 2 | 47,999.80 | 95,999.60 | 144,000.40 |
| 3 | 47,999.80 | 143,999.40 | 96,000.60 |
| 4 | 47,999.80 | 191,999.20 | 48,000.80 |
| 5 | 47,999.80 | 239,999.00 | 1.00 |
จุดที่ตัวเลขสองฝ่ายมักไม่ตรงกัน
- ครุภัณฑ์ที่ซื้อปลายปีงบประมาณ ฝ่ายหนึ่งคิดค่าเสื่อมเต็มปี อีกฝ่ายคิดตามสัดส่วนเดือน
- ค่าติดตั้งและค่าขนส่ง ฝ่ายหนึ่งรวมเป็นราคาทุน อีกฝ่ายบันทึกเป็นค่าใช้จ่าย
- ครุภัณฑ์ที่ได้รับบริจาค ไม่ได้ตีราคาเข้าทะเบียน
- ครุภัณฑ์ที่จำหน่ายแล้ว ยังไม่ได้ตัดออกจากทะเบียนอีกฝ่าย
- การโอนย้ายระหว่างหน่วยงาน บันทึกเพียงฝ่ายเดียว
ทำให้ตรงกันด้วยการกระทบยอดปีละครั้ง
- ดึงยอดรวมราคาทุนและค่าเสื่อมสะสมจากทะเบียนครุภัณฑ์ ณ วันสิ้นปีงบประมาณ
- ดึงยอดสินทรัพย์และค่าเสื่อมสะสมจากงบการเงิน ณ วันเดียวกัน
- เทียบผลต่างและแยกสาเหตุตามรายการ ไม่ใช่ปรับยอดรวมให้เท่ากัน
- บันทึกรายการปรับปรุงพร้อมเหตุผลไว้เป็นหลักฐาน
- แก้ที่ต้นเหตุ เช่น กำหนดว่าค่าติดตั้งให้รวมเป็นราคาทุนเสมอ
เช็กลิสต์ปิดทะเบียนครุภัณฑ์ประจำปี
- ครุภัณฑ์ทุกรายการมีวันที่พร้อมใช้งานบันทึกไว้
- อายุการใช้งานกำหนดตามประเภทครุภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ
- ครุภัณฑ์รับบริจาคถูกตีราคาและบันทึกเข้าทะเบียนแล้ว
- รายการที่จำหน่ายหรือชำรุดถูกตัดออกทั้งสองระบบ
- ผลการตรวจนับประจำปีถูกบันทึกและอธิบายผลต่างครบ
- ยอดค่าเสื่อมสะสมในทะเบียนตรงกับงบการเงิน